-A A +A
Shared: 
category: 

รีวิว

  • ชื่อเรื่อง : วิชชอร์ (Witchoar)
  • ผู้แต่ง : กัลฐิดา
  • สำนักพิมพ์ : สถาพรบุ๊คส์
  • จำนวนเล่ม : 7 เล่ม (บวกเล่มพิเศษอีก 1 เล่ม) รวมเป็นทั้งหมด 8 เล่ม

**การรีวิวในครั้งนี้มี Spoil เล็กน้อย (จริงๆ นะ)

เรื่องย่อ

เจย์ สก็อตตื่นขึ้นมาภายในบ้านของเขาเอง แต่เมื่อมองไปรอบๆ ชายหนุ่มกลับจำอะไรไม่ได้เลย!

ชายหนุ่มจำต้องทำความรู้จักกับตัวเองผ่านสมุดบันทึก ที่ตัวของเขา (ในอดีต) ได้บันทึกเอาไว้เป็นจำนวนหลายร้อยเล่ม เรื่องชวนงงยังไม่จบแค่นั้น เมื่ออยู่บ้านดีๆ จู่ๆ ก็ดันมีชายแปลกประหลาดโผล่เข้ามาทำร้ายซะนี่ ทว่าเรื่องที่เขายากจะทำความเข้าใจพลันอุบัติ เมื่อตัวเจย์ สก็อต กลับดูเหมือนว่าจะมีพลังเวทย์มนต์อยู่กับตัว โดยแฝงมากับก้อนหิน ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้วิธีใช้

เพื่อหลบหนีการไล่ล่าและตามหาอดีตของตัวเอง เจย์ สก็อต จึงต้องไปทำงานที่ร้านน้ำชาวิทาเรียทีรูม ที่ตั้งอยู่ ณ เมืองวิชชอร์

นับวันความลับที่เกี่ยวกับตัวของเขาเองยิ่งซับซ้อน รวมถึงมีส่วนพัวพันกับอันตรายใหญ่หลวง อดีตของเขาชักไม่ธรรมดาเข้าไปทุกที ทั้งความสามารถทางเวทย์มนต์ที่อยู่กับตัว คนรอบข้างที่ไม่ยอมอธิบายความเป็นมาของเขา ทั้งที่ก็เหมือนจะรู้ดี ไหนจะองค์กรขนาดใหญ่ของชาวเวทย์มนต์ ซึ่งดูเหมือนเขาจะมีส่วนเกี่ยวค่องไปซะหมด

ความลึกลับของเจย์ สก็อต ปริศนาที่แฝงไว้ด้วยอันตรายใหญ่หลวง มิตรภาพระหว่างพ้องเพื่อน หน้าที่ที่ต้องทำ การต่อสู้ด้วยพลังเวทย์...และน้ำชา สามารถติดตามเรื่องราวเหล่านี้ได้ในเล่มครับ

...แล้วคุณจะรู้ว่า ‘น้ำชา’ เป็นได้มากกว่า ‘น้ำชา’

“แค่ใช้ชีวิตหลังจากนี้ให้สนุก...ก็พอแล้ว!” เจย์ สก็อต กล่าวเอาไว้ในที่ไหนสักที่บนหน้ากระดาษ

รีวิว

ต้องยอมรับเลยว่า ครั้งแรกที่ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาอ่าน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนามปากกา “กัลฐิดา” ที่คุ้นเคย

หลังจากได้อ่านตั้งแต่เล่มแรกไปจนถึงเล่ม 7 ซึ่งเป็นเล่มสุดท้าย ผมพูดได้คำเดียวเลยว่า “เรื่องนี้ไม่ผิดหวัง” เพราะคุณกัลฐิกดา นำเอาตำนานความเชื่อต่างๆ ทั้งจากยุโรปและจีนบางส่วน มาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทั้งที่เรื่องนั้นๆ อาจไม่ได้เกี่ยวค่องกับเวทย์มนหรือตำนานแม่มดโดยตรงเลยก็ตาม

มีนักเขียนชาวไทยน้อยคน ที่จะนำเอาประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เวทย์มนต์ หลอมรวมกันแล้วออกมาสนุกน่าอ่าน น่าติดตามขนาดนี้

จุดสำคัญคือ เวทย์มนต์ในเรื่องนี้มีที่ไปที่มา มีทฤษฎีรองรับ อ่านไปแล้วมันทำให้เรารู้สึกได้ว่า เราสามารถ ‘สัมผัส’ และ ‘จับต้องได้’ ซึ่งต่างจากเรื่องอื่นๆ ที่เรารู้แค่ว่า เวทย์มนต์ คือพลังวิเศษประเภทหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยความเหนือธรรมชาติหลากหลาย

หากคุณตามหาฉากต่อสู้มันส์ๆ เรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าคุณมองหาความลึกลับ มิตรภาพ ปมปริศนาต่างๆ รวมถึงความสนุกจากภาพรวมของเนื้อเรื่อง คิดว่าสมควรอ่านอย่างยิ่ง

นอกจากความสมจริงของ ‘อารยธรรม’ เช่นเมืองเวทย์มนต์ พลังเวทย์ พิธีกรรม และฉากสถานที่ต่างๆ ความสมจริงของตัวละครในเรื่องก็เป็นอีกประการหนึ่งที่ผมอ่านแล้วประทับใจ

ตัวละครแต่ละตัวมีนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน มีเรื่องราว มีความสนใจ มีความ ‘ต่าง’ แทบเหมือนคนจริงๆ เลยทีเดียว เรียกได้ว่า ‘วิชชอร์’ คือโลกจริงๆ ของพวกเขาก็ว่าได้

ถามว่ามีข้อดีแล้วมีข้อเสียหรือไม่ แน่นอนว่าในความรู้สึกผม เรื่องนี้มีจุดหนึ่งที่ผมรู้สึกขัดใจอยู่เล็กๆ เหมือนกัน

นั่นก็คือ ฝ่ายตัวร้ายหลักของเรื่องมีบทน้อยเกินไป ที่ต้องพูดว่า “ตัวร้ายหลัก” นี้มีเหตุผล เดี๋ยวเอ่ยชื่อไปก็จะหาว่าผม “Spoil” (ฮา)

จริงอยู่ว่า ทั้งเรื่องมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนคนนี้มากมาย แต่ทั้งนี้มันก็เป็นแค่ข้อมูลและการ ‘สันนิษฐาน’ ของทางฝ่ายดีเท่านั้น แต่เรากลับไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึก หรือนิสัยใจคอของตัวร้ายหลักกันเลย ไม่แน่ เขาอาจจะมีเหตุผลอื่นๆ ที่ทำเรื่องเลวร้ายนี้ลงไปก็ได้

นอกจากเรื่องดังกล่าว ที่เหลือ สำหรับผมถือว่าดีทั้งหมดครับ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่องหรือการบรรยาย

ใครที่เป็นสายเวทย์มนต์ หรือสายแฟนตาซี ห้ามพลาดนิยายเรื่องนี้เป็นอันขาดครับ เพราะมิฉะนั้นแล้ว ท่านอาจไม่รู้ว่า “คนที่นอนไม่หลับ เวทย์มนต์...และร้านน้ำชา เกี่ยวค่องกันอย่างไร”

นอกจากรูปเล่มแล้ว ทั้งหมดนี้ยังมีขายเป็น E-book ใน meb อีกด้วย สามารถคลิกสั่งซื้อตามรายละเอียดด้านล่างได้เลยครับ

คำแนะนำจากผู้รีวิว : หากใครยังไม่ได้เริ่มต้นอ่าน ผมแนะนำให้เริ่มอ่านตั้งแต่เล่มพิเศษ (เล่ม 8) ก่อนนะครับ จะทำให้เข้าใจเนื้อหาในเรื่องหลักได้ง่ายขึ้น เพราะเล่มพิเศษ เป็นเหมือนการอธิบายที่ไปที่มาของเรื่องราวในอดีต ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ในภาคหลักนั่นเองครับ