-A A +A
Shared: 
category: 

มานั่งนึกดู ผมว่า ผมก็มีจุดเปลี่ยนในช่วงชีวิตของผมไม่น้อยเหมือนกัน แถมจุดเปลี่ยนในแต่ละครั้ง ยังเปลี่ยนการดำเนินชีวิตไปเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสังคม กลุ่มเพื่อน หรือแม้กระทั่งการเรียน รวมถึงสายงานที่ทำ

แต่ก่อนจะเปลี่ยนสาย ก็จะมีวางแผนไว้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ส่วนหนึ่งที่กล้าทำ เพราะภาระความรับผิดชอบยังไม่มีด้วยนั่นแหละ (แน่ละ ยังวัยรุ่นอยู่ 55)

เริ่มแรกอยากจะเป็นนักดนตรี ตอนนั้นอายุอยู่ระหว่าง ม.ต้น ก็ลุยเลยเต็มที่ ทั้งไปซื้อแผ่นซีดีมาเรียน หาดูวิดีโอตามเน็ต รวมถึงเข้าไปเรียนที่วิทยาลัยนาฏสิลป์

แต่พอเข้าไปอยู่ได้สองปีกว่า รู้สึกว่ามันไม่ใช่ หลักสูตรที่เขาสอนก็ไม่ใช่ตัวเรา เราเป็นนักดนตรีเล่นเพลงตลาด ทำไมไม่สอนอะไรที่มันเอาไปใช้กับการเล่นงานข้างนอกได้ เช่นการโซโล่ เทคนิคการแกะเพลง ฯลฯ ทั้งวันสอนแต่เพลงคลาสสิค เทคนิคต่างๆ ก็เป็นของสายคลาสสิค ซึ่งจะเอามาเล่นให้ใครฟังก็ไม่ได้ ชีวิตจริงของนักดนตรีมันคือเพลงตลาด ตอนนั้นผมคิดแบบนี้

อีกอย่างหลักสูตรเหมือนปูไปทางเป็นครูดนตรีมากกว่านักดนตรีอาชีพ พอจบ ม.สาม ผมเลยตัดสินใจเปลี่ยนสายเลยทันที บวกกับช่วงหลังๆ ติดนิยายมาก (ช่วงบูมของเว็บเด็กดี) เลยคิดไปว่า สายงานเขียนนี่แหละ คงเหมาะกับตัวข้าแน่ๆ

ออกจากสายดนตรี ก็เปลี่ยนเป็นสายวิชาการ ซึ่งตอนนั้นความรู้อ่อนมาก เพราะตอน ม.ต้น ก็ไปทางดนตรีซะเยอะ วิชาการพื้นฐานนี่แทบไม่ได้ใส่ใจ เรียกได้ว่าเรียนเอาแบบ "พอรู้" จริงๆ แต่สุดท้ายก็ดื้อจนจบ ม.หก สายภาษาไทยสังคมเอาจนได้ ที่เรียนสายนี้ก็ไม่ใช่อะไร คิดง่ายๆ ว่าการเขียนมันต้องเรียนไทย เพราะใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการสื่อสารเป็นหลัก เลยเรียนสายนี้ ส่วนสายสังคมเป็นของแถม เพราะมันต้องเลือกเรียนควบกัน

ต่อมาก็ไปต่อสายมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาไทย อาจารย์ที่สาขาก็ดีมากๆ แต่ละท่านสุดยอดกันทั้งนั้น ก็ถือว่าผมโชคดี ช่วงนั้นก็มีงานเขียนบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ไม่ได้คิดเรื่องรายได้อะไร อยากเขียนก็เขียน มีคนอ่านหรือไม่มีก็ช่างมัน

จุดเปลี่ยนอีกช่วงมาเริ่มต้นเอาตอนปีสาม ตอนนั้นรู้สึกว่าแค่งานเขียนอย่างเดียวมันไม่ตอบโจทย์ ในเมื่อเราเขียนได้ ทำไมไม่ทำที่เผยแพร่งานของตัวเองเลยละ เราไม่หวังเรื่องรายได้อะไรอยู่แล้ว จะไปลงพวกเว็บใหญ่ๆ ทำไม คิดได้แบบนั้น ก็ลงมือศึกษาเกี่ยวกับการทำเว็บเลยในนาทีนั้น งมไปงมมา สุดท้ายเข็นออกมาได้เว็บหนึ่ง ทำๆ หยุดๆ ตามประสาคนไม่มีความรู้ทางเว็บ ทำอยู่ร่วมสองปี จนออกมาเป็นเว็บที่ใช้งานได้ (ก็เว็บเขียนกันดอทคอมนั่นแล) งานเขียนก็มีออกมาเรื่อยๆ หลักๆ ก็เขียนลงเว็บตัวเองเป็นการเพิ่มเนื้อหาให้เว็บไซต์ไปในที

ระหว่างนั้นก็มีได้รู้จักกับเพื่อนทางไอทีหลายคน ได้มีส่วนร่วมหลายอย่าง จนตอนนี้ได้ทำงานเกี่ยวกับสายโปรแกรมเมอร์ ถึงจะเป็นเพียงการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาโปรแกรมและเอไออีกทีก็เถอะ ส่วนเว็บก็ยังทำอยู่ แม้ว่าจะไม่ได้เก่งจนสุดทาง แต่ผมว่าผมมีความสุขกับมันนะ อย่างน้อยก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ส่วนในอนาคตจะเป็นยังไง จะทำเว็บไปได้ถึงไหน หรือจะทำงานสายไอทีได้ตลอดรอดฝั่งไหม อันนั้นก็ค่อยมาว่ากันอีกที

ที่จริงผมลังเลอยู่ว่า จะเอาบทความนี้ไปลงในเว็บเขียนกันหมวดสตอรี่ดีไหม แต่คิดไปคิดมา บทความนี้มันถือว่าเป็นตัวตนของผม เป็นบันทึกช่วงชีวิตหนึ่งของผม ในเมื่อมีบล็อกส่วนตัวเป็นของตัวเอง เอามาลงในนี้จะโอเคกว่า เพราะเว็บเขียนกันมันเป็นคอมมูนิตี้เกินไป

ผมว่าใครที่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในชีวิต คุณวางแผนแล้วเริ่มทำเลย อย่าไปลังเล เพราะชีวิตคนเรามันไม่ได้มากมายอะไร อย่างมากสุดก็แค่ 80 กว่าปี ดังนั้นรีบทำจะดีกว่าครับ อย่างน้อยๆ ก็ได้พูดว่าลองทำแล้ว จะได้ไม่ต้องนึกเสียใจภายหลัง